วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561

                                            ข้าวกับชาวนาไทย รากเหง้าแห่งวิถีวัฒนธรรม            





วิถีชาวนาไทย   “ข้าว” คือต้นธารแห่งอารยธรรมของผู้คนในแถบอุษาคเนย์ เป็นรากเหง้าของขนบธรรมเนียมประเพณีที่ยึดโยงเราไว้กับชุมชนและความเป็นชาติ รวมทั้งยังเป็นวัฒนธรรมร่วมที่หลอมรวมประชาคมในภูมิภาคในประเทศไทยก็เช่นกันที่วิถีของข้าวเป็นตัวกำหนดวิถีของสังคม โดยวัฏจักรของข้าวจะสอดคล้องกลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวิถีชีวิต

ข้าว รากเหง้าแห่งวิถีวัฒนธรรม   เมื่อย่างเข้าเดือนหก สายฝนเริ่มโปรยปรายส่งสัญญาณให้รู้ว่าฤดูกาลแห่งการปลูกข้าวได้เวียนมาถึงแล้ว ชาวนาจะนำพันธุ์ข้าวที่เก็บไว้ออกมาเตรียมการเพาะปลูก เตรียมคราดและคันไถ อีกทั้ง วัว ควาย และเครื่องมือที่ต้องใช้ในการทำนาการเตรียมการนี้ยังรวมไปถึงการทำพิธีกรรมอันเกี่ยวข้องกับการเพาะปลูกข้าวด้วยเช่นกัน ในเมืองหลวงจะมีการจัดพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเอาฤกษ์เบิกชัยตามโบราณราชประเพณีในขณะที่ชาวนาอีสานก็จัดงานบุญบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถนผู้บันดาลให้เกิดฟ้าฝน รวมทั้งจัดพิธีแฮกนาเพื่อบวงสรวงเทพญาดาในการลงถือไถครั้งแรก ขณะที่ชาวนาภาคเหนือก็มีพิธีแฮกนาเช่นกัน และก็ยังมีการเลี้ยงผีขุนน้ำเพื่อเซ่นบูชาผีที่รักษาต้นน้ำ ที่จริงยังมีพิธีกรรมอีกมากมายและหลากหลายซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น


ผู้คนในแต่ละภูมิภาคของไทยต่างก็มีความเชื่อที่เหมือนกันที่ว่า “ข้าว” เป็นธัญพืชศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีเทพธิดาอารักษ์ คือ “แม่โพสพ” จึงต้องจัดให้มีพิธีกรรมเพื่อคารวะแม่โพสพ ตั้งแต่ก่อนเริ่มเพาะปลูกข้าวไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยวขึ้นยุ้งฉางทุกขั้นตอนของการทำนาจะต้องมีการบอกกล่าวแม่โพสพ และเซ่นสรวงผีนา ด้วยความหวังที่จะได้เห็นผลผลิตอันอุดมสมบูรณ์ ที่ภาคเหนือยามทุ่งข้าวเริ่มเป็นสีเขียว ชาวปกาเกอะญอก็จะประกอบพิธีบูชาแม่โคสกหรือแม่โพสพ โดยตั้งหอแม่โคสกและเครื่องบริวารขึ้นในที่นาของตน ส่วนชาวนาภาคกลางจะทำพิธีบูชาแม่โพสพในช่วงข้าวตั้งท้อง และเชื่อว่าข้าวท้องก็เหมือนกับผู้หญิงท้องที่ต้องการการดูแลเอาอกเอาใจเป็นพิเศษ จึงมีการจัดต้นธงทิวผูกติดกับชะลอมสำหรับใส่เครื่องเซ่นไหว้ เช่นมะยม มะเฟืองหรือของเปรี้ยวต่างๆ นุ่งห่มผ้าใหม่ ประดับดอกไม้เครื่องหอมให้สวยงาม เชื่อด้วยว่าหากแม่โพสพมีความพึงพอใจก็จะบันดาลให้ข้าวออกรวงเต็มเม็ดเต็มหน่วย และแคล้วคลาดจากภัยทั้งมวล ก่อนลงมือเก็บเกี่ยวชาวนาภาคใต้ก็จะทำพิธีบูชาแม่โพสพโดยมีไม้มงคล 4 อย่าง มัดเป็นพุ่มแล้วปักลงกลางนา เรียกว่า “พุ่มพฤกษา” สำหรับเป็นที่สถิตของแม่โพสพ ในขณะที่กล่าวคำอัญเชิญ หากมีแมลงเช่นตั๊กแตนหรือผีเสื้อบินมาเกาะที่พุ่มพฤกษา ก็เชื่อกันว่าแม่โพสพตอบรับการบูชานั้นแล้ว

หลังเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยว ชาวนาก็ยังต้องทำอีกหลายพิธีที่เกี่ยวกับข้าวและแม่โพสพ เช่น พิธีเชิญขวัญแม่โพสพขึ้นสู่ยุ้งฉางของชาวนาภาคเหนือ การทำบุญคูณลานหรือประเพณีสู่ขวัญข้าวของชาวอีสาน เพื่อขอบคุณแม่โพสพและเฉลิมฉลองผลผลิตด้วยการทำบุญร่วมกันของหมู่บ้านและชุมชน   พิธีกรรมความเชื่อเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีความสำคัญต่อคนไทย นัยหนึ่งก็เพราะพิธีกรรมของข้าวเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำรงชีวิตของคนไทยที่บริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก และมีนาข้าวเป็นแหล่งข้าวปลาอาหาร เป็นบ่อเกิดของกำลังกายอีกนัยหนึ่งพิธีกรรมก็ช่วยให้มีขวัญกำลังใจและเกิดความมั่นคงในจิตวิญญาณ ความเชื่อที่ว่าข้าวมีแม่โพสพ ดินมีแม่ธรณี น้ำมีแม่คงคายังทำให้คนไทยเกิดความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อธรรมชาติที่เกื้อหนุนให้เกิดความอุดมสมบูรณ์ บรรพบุรุษไทยอาศัยความเชื่อนี้เป็นกุศโลบายในการรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเมื่อเชื่อว่าสิ่งต่างๆ มีเทพเทวาอารักษ์ก็ทำให้เกิดความเคารพยำเกรง ไม่รุกล้ำกระทำการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ธรรมชาติกลายเป็นกฎกติกาที่คนในทุกชุมชนถือปฏิบัติร่วมกันอย่างพร้อมเพรียง ช่วยให้สังคมมีความสงบสุขขึ้นอีกทางหนึ่ง